
กรมสรรพากรกำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop จัดทำ “บัญชีพิเศษ” และส่งข้อมูลรายได้ของร้านค้าให้กรมสรรพากรโดยตรงแล้ว หมายความว่ายอดขายทุกบาทของร้านค้าออนไลน์สามารถถูกตรวจสอบได้ทันที แม้มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลตั้งแต่ปี 2567 แต่ในปี 2569 กรมสรรพากรมีแนวโน้มบังคับใช้อย่างเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ผู้ค้าจำนวนมากยังไม่เข้าสู่ระบบภาษี บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ต้องรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องครบถ้วน
ตามกฎหมายที่มีผลตั้งแต่ปี 2567 ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่จดทะเบียนในไทยทุกราย มีหน้าที่จัดทำ “บัญชีพิเศษ” และส่งข้อมูลรายรับของร้านค้าให้กรมสรรพากรโดยตรง ครอบคลุม Shopee, Lazada, TikTok Shop, Grab, LINE MAN และแพลตฟอร์มอื่น ๆ
ข้อมูลที่กรมสรรพากรเข้าถึงได้มีดังนี้:
| ประเภทข้อมูล | รายละเอียด |
|---|---|
| ตัวตนร้านค้า | ชื่อร้าน, ชื่อเจ้าของ, เลขบัตรประชาชน/นิติบุคคล |
| รายรับ | ยอดขายสะสมรายเดือนและรายปีผ่านแพลตฟอร์ม |
| บัญชีธนาคาร | เลขบัญชีที่รับโอนเงินจากแพลตฟอร์ม |
| ประวัติธุรกรรม | ความถี่การขาย, ประวัติย้อนหลัง |
เมื่อข้อมูลถูกส่งตรงเข้าระบบสรรพากร การไม่ยื่นภาษีหรือแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงจะถูกตรวจพบได้ง่ายกว่าในอดีตมาก
รายได้จากการขายของออนไลน์ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ต้องนำมายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีหากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และหากรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน และยื่นแบบเสียภาษีเป็นรายเดือน
มีภาระเพิ่มเติมได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล, ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการจัดทำบัญชีและงบการเงินประจำปี
จุดที่หลายร้านค้าเข้าใจผิดคือ เกณฑ์ VAT ใช้ “รายรับ” (ยอดขายรวม) ไม่ใช่ “กำไร” ดังนั้นแม้ขายได้ไม่กำไร แต่ถ้ายอดขายรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ก็ต้องจดทะเบียน VAT และยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน
ตัวอย่าง: ขายสินค้าเดือนละ 200,000 บาท = ปีละ 2,400,000 บาท → เกินเกณฑ์ ต้องจด VAT แม้กำไรจะน้อยหรือไม่มีเลย
Q: ขายของออนไลน์รายได้เท่าไรถึงต้องเสียภาษี?
A: รายได้จากการขายของออนไลน์จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ตามมาตรา 40(8) มีเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นภาษีอยู่ที่ 60,000 บาทต่อปี (กรณีโสด) หรือ 120,000 บาทต่อปี (กรณีสมรส) โดยมีภาษีที่เกี่ยวข้อง 2 ประเภทคือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คำนวณจากเงินได้สุทธิโดยใช้สูตร:
เงินได้สุทธิ = รายได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน
สำหรับค่าใช้จ่าย เลือกหักได้ 2 วิธีคือ หักเหมา 60% ของรายได้ (ไม่ต้องมีหลักฐาน) หรือหักตามจริง (ต้องมีเอกสารครบ) จากนั้นนำเงินได้สุทธิคำนวณด้วยอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้:
| เงินได้สุทธิ | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 บาท | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 บาท | 5% |
| 300,001 – 500,000 บาท | 10% |
| 500,001 – 750,000 บาท | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 บาท | 30% |
| 5,000,001 บาทขึ้นไป | 35% |
ตัวอย่างการคำนวณ: สมมติขายเสื้อผ้าออนไลน์มีรายได้ 800,000 บาทต่อปี เลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 60% และมีค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
นำ 260,000 บาท คำนวณภาษีแบบขั้นบันได:
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากรายรับรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ และยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน โดยเสีย VAT 7% ของราคาขาย วิธีคำนวณคือนำ “ภาษีขาย” (VAT ที่เก็บจากลูกค้า) หักด้วย “ภาษีซื้อ” (VAT ที่จ่ายตอนซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่จด VAT) เหลือส่วนต่างเท่าไรจึงนำส่งกรมสรรพากร
Q: Shopee และ Lazada ส่งข้อมูลให้สรรพากรจริงหรือ?
A: จริง ตามประกาศกรมสรรพากรที่มีผลตั้งแต่ปี 2567 แพลตฟอร์มทุกรายที่จดทะเบียนในไทย รวมถึง Shopee, Lazada และ TikTok Shop มีหน้าที่ส่งข้อมูลรายรับของผู้ขายให้กรมสรรพากรโดยตรง
Q: ถ้าไม่เคยยื่นภาษีมาก่อน ควรทำอย่างไร?
A: ควรเริ่มเข้าสู่ระบบภาษีโดยเร็วที่สุด เพราะการยื่นก่อนถูกตรวจสอบย้อนหลังมีความเสี่ยงและค่าปรับน้อยกว่ามาก แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนการปรับตัวอย่างถูกต้อง
Q: ขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีกี่ครั้งต่อปี?
A: ต้องยื่นภาษี 2 ครั้งต่อปี ได้แก่
ครั้งที่ 1 — ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ยื่นช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน สำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคม–มิถุนายน
ครั้งที่ 2 — ภาษีสิ้นปี (ภ.ง.ด.90) ยื่นช่วงเดือนมกราคม–มีนาคมของปีถัดไป สำหรับรายได้ทั้งปี โดยภาษีที่จ่ายไปแล้วในครั้งแรกนำมาหักออกจากยอดสิ้นปีได้เลย
Q: เกณฑ์จด VAT เมื่อยอดถึง 1.8 ล้านบาท นับจากอะไร?
A: นับจาก “รายรับรวม” ไม่ใช่ “กำไร” ครับ หมายความว่าแม้ขายแล้วแทบไม่เหลือกำไร แต่ถ้ายอดขายรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ก็มีหน้าที่จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่ยอดขายเกินเกณฑ์ และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือนหลังจากนั้น
ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัด คือร้านที่ขายสินค้าราคาต้นทุนสูง เช่น ขายเดือนละ 200,000 บาท กำไรเหลือแค่ 10,000 บาท แต่ยอดขายรวม 12 เดือน = 2,400,000 บาท ซึ่งเกินเกณฑ์และต้องจด VAT ทั้งสิ้น
ปี 2569 เป็นปีที่กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีการค้าออนไลน์เข้มข้นขึ้น การจัดระบบภาษีตั้งแต่วันนี้ไม่เพียงลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ขอสินเชื่อได้ง่าย และลดความเสี่ยงในระยะยาวอีกด้วย
หนึ่งในปัญหาที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เจอบ่อยคือ ไม่รู้จะเริ่มทำบัญชีจากตรงไหน หรือต้องคีย์ข้อมูลซ้ำหลายรอบจนเสียเวลา
NEXTTO คือโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่รวม POS สต็อก บัญชี ภาษี และ Payroll ไว้ในระบบเดียว พัฒนาโดยกลุ่มสำนักงานบัญชีร่วมกับบริษัท คริสตอลซอฟท์ จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์บัญชีกว่า 30 ปี ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกบัญชี ออกใบกำกับภาษี e-Tax Invoice ออกเอกสารหัก ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ หรือเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Shopee Lazada และ TikTok โปรแกรม NEXTTO จัดการได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ
จุดที่ตอบโจทย์ร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะคือ NEXTTO เชื่อมต่อ API กับ Shopee, Lazada และ TikTok Shop โดยดึงยอดขายในทุกๆวันเข้ามาในโปรแกรม NEXTTO เพื่อตัดสต็อกและบันทึกบัญชีให้อัตโนมัติ ไม่ต้องนั่งกรอกเองทีละรายการ นอกจากนี้ยังออก e-Tax Invoice และ e-Receipt ได้ตามมาตรฐานกรมสรรพากร และกระทบยอดบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ลดโอกาสตกหล่นหรือผิดพลาด
ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและ PC รองรับทั้ง Online และ Offline พร้อมระบบ AI ช่วยจับคู่บัญชีธนาคารอัตโนมัติ สั่งการด้วยเสียงและ OCR อ่านเอกสารอัตโนมัติ เพื่อให้คุณมีเวลาโฟกัสกับธุรกิจได้เต็มที่
ทดลองใช้ NEXTTO ฟรี 30 วัน
หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line OA – @Nextto
ช่องทางการติดต่อ NEXTTO
Facebook : Nextto System
Instagram : Nexttosystem
LINE : @Nextto
TikTok : @Nexttosystem
Email : helpdesk@nexttosystem.com
Tel : 095-5088226

ภาษีการค้าออนไลน์ 2569 จุ

ปฏิทินภาษี 2569 คู่มือกำห

ภาษีมรดกคืออะไร? อัตรา วิ

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้า

ภาษีป้ายคืออะไร? อัตรา วิ

ภาษีธุรกิจให้เช่าคืออะไร