เจ้าของธุรกิจต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

การเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สิ่งสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ภาษี” เจ้าของธุรกิจที่เข้าใจการเสียภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นคง ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย และวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จะอธิบายภาษีทั้ง 8 ประเภทที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

ประเภทของเจ้าของธุรกิจ : เลือกแบบไหนดี ?

ก่อนจะพูดถึงภาษีที่ต้องเสีย สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ “รูปแบบการประกอบธุรกิจ” เพราะจะมีผลโดยตรงต่อประเภทภาษีและอัตราภาษีที่ต้องชำระ

1. บุคคลธรรมดา / คณะบุคคล

ประกอบธุรกิจในนามบุคคล ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เช่น:

  • ร้านค้าทั่วไป (ไม่จดทะเบียน)
  • Freelancer / อาชีพอิสระ
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ใช่นิติบุคคล
  • คณะบุคคล (ไม่จดทะเบียน)

ข้อดี : ขั้นตอนเสียภาษีไม่ซับซ้อน, เหมาะกับกิจการขนาดเล็ก

ข้อเสีย : อัตราภาษีก้าวหน้าสูงถึง 35%, ความรับผิดชอบไม่จำกัด

2. นิติบุคคล

จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย เช่น:

  • บริษัทจำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

ข้อดี: อัตราภาษีคงที่ 20% (หรือ 0-15% สำหรับ SME), หักค่าใช้จ่ายได้ตามจริง, จำกัดความรับผิด

ข้อเสีย: ขั้นตอนการเสียภาษีซับซ้อนกว่า, ต้องทำบัญชี, ต้องตรวจสอบบัญชี (บางกรณี)

เลือกแบบไหนดี?

  • รายได้น้อยกว่า 1-2 ล้านบาท/ปี → ทำในนามบุคคลธรรมดา
  • รายได้ 2-5 ล้านบาท/ปี → พิจารณาตั้งบริษัท (ประหยัดภาษี)
  • รายได้มากกว่า 5 ล้านบาท/ปี → แนะนำตั้งบริษัทเป็นอย่างยิ่ง

ภาษี 8 ประเภทที่เจ้าของธุรกิจต้องเสีย

เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบภาษีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของธุรกิจ มาดูกันว่ามีภาษีอะไรบ้างที่ต้องเตรียมพร้อม

1. ภาษีเงินได้ (ภาษีหลักที่สำคัญที่สุด)

ภาษีเงินได้คือภาษีที่เก็บจากกำไรหรือรายได้ของธุรกิจ แบ่งเป็น 2 ประเภทตามรูปแบบธุรกิจ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

สูตรการคำนวณ

เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

ภาษีที่ต้องเสีย = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษี (ก้าวหน้า 5%-35%)

จุดสำคัญ

  • เงินได้ 8 ประเภท: เงินเดือน, ธุรกิจ/ค้าขาย, วิชาชีพอิสระ, ค่าเช่า, ดอกเบี้ย, เงินปันผล, กำไรจากทรัพย์สิน, รางวัล
  • การหักค่าใช้จ่าย: เลือกได้ 2 แบบ → แบบเหมา (ตามประเภทเงินได้) หรือ หักตามจริง (ต้องมีหลักฐาน)
  • ค่าลดหย่อน: 60,000 บาท (ตัวเอง), 60,000 บาท (คู่สมรส), 30,000 บาท/คน (บุตร), เบี้ยประกัน, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุน RMF/SSF

การยื่นแบบ: ภ.ง.ด.90/91 (ปีละครั้ง ภายใน 31 มี.ค.), ภ.ง.ด.94 (ครึ่งปี สำหรับบางประเภทเงินได้)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

สูตรการคำนวณ

รายได้ – รายจ่าย = กำไรสุทธิ

ภาษีที่ต้องเสีย = กำไรสุทธิ × อัตราภาษี

อัตราภาษี

  • บริษัททั่วไป: 20% (อัตราเดียว)
  • บริษัท SME (ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท):
  • – กำไร 0-300,000 บาท → ยกเว้นภาษี (0%)
  • – กำไร 300,001-3,000,000 บาท → เสีย 15%
  • – กำไรเกิน 3,000,000 บาท → เสีย 20%

การยื่นแบบ : ภ.ง.ด.50 (สิ้นปีรอบบัญชี), ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี)

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

เงื่อนไข : ธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ

สูตรการคำนวณ

ภาษีขาย (Output VAT) – ภาษีซื้อ (Input VAT) = ภาษีที่ต้องชำระ/ขอคืน

ตัวอย่าง:

  • ขายสินค้า 100,000 บาท → เก็บ VAT จากลูกค้า 7,000 บาท
  • ซื้อสินค้า 60,000 บาท → จ่าย VAT ให้ผู้ขาย 4,200 บาท
  • ภาษีที่ต้องนำส่ง = 7,000 – 4,200 = 2,800 บาท

การยื่นแบบ: ภ.พ.30 (ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป)

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

เมื่อธุรกิจจ่ายเงินให้ผู้รับบริการหรือผู้ขาย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อน แล้วนำส่งกรมสรรพากร

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายแยกตามประเภท

  • ค่าบริการ: 3% (เช่น ค่าที่ปรึกษา, ค่าโฆษณา, ค่าขนส่ง)
  • ค่าจ้างทำของ: 3% (เช่น สั่งทำสินค้า, ก่อสร้าง)
  • ค่าเช่าทรัพย์สิน: 5% (เช่น เช่าที่ดิน, อาคาร, เครื่องจักร)
  • ค่าแสดง นักกีฬา นักแสดง: 5%
  • ค่าลิขสิทธิ์: 3% (บุคคลธรรมดา), 5% (นิติบุคคล)
  • ดอกเบี้ย: 1% (บุคคลธรรมดา), 1% (นิติบุคคล)
  • เงินปันผล: 10%

การยื่นแบบ : ภ.ง.ด.3 (บุคคลธรรมดา), ภ.ง.ด.53 (นิติบุคคล) ภายใน 7 วันของเดือนถัดไป

4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT)

กิจการบางประเภทต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แทน ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ประเภทกิจการที่ต้องเสีย

  • ธุรกิจธนาคาร / สถาบันการเงิน
  • ธุรกิจให้กู้ยืมเงิน (นอกระบบธนาคาร)
  • ธุรกิจรับประกันชีวิต
  • โรงรับจำนำ
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (ขาย/เช่า/ให้เช่าซื้อ)

อัตราภาษี

  • 5% – การรับประกันชีวิต, โรงรับจำนำ
  • 0% – การขายอสังหาริมทรัพย์, ธนาคาร

การยื่นแบบ : ภ.ธ.40 (รายเดือน)

5. อากรแสตมป์

เมื่อมีการทำเอกสารสัญญาบางประเภท ต้องเสียอากรแสตมป์

เอกสารที่ต้องเสียอากร :

  • สัญญาเช่าทรัพย์สิน (เกิน 3 ปี หรือไม่กำหนดระยะเวลา)
  • สัญญาจ้างทำของ
  • สัญญากู้เงิน
  • สัญญาเช่าซื้อ
  • หนังสือมอบอำนาจ
  • ใบรับเงิน (บางกรณี)

อัตราอากร :

  • 1 บาท ต่อ 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท (0.1%)

วิธีชำระ : ซื้อตราแสตมป์ปิดลงบนเอกสาร หรือยื่นแบบชำระเป็นตัวเงิน

6. ภาษีท้องถิ่น (เทศบาล / อบต.)

ภาษีป้าย

ธุรกิจที่มีป้ายชื่อหรือป้ายโฆษณา ต้องเสียภาษีป้ายกับท้องถิ่น

  • อัตราภาษี : ขึ้นอยู่กับขนาดป้ายและประเภทกิจการ (โดยประมาณ 3-500 บาท/ตารางเมตร/ปี)
  • ยื่นแบบ: ปีละครั้ง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

หากธุรกิจมีทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์:

  • ที่ดิน, อาคาร, สำนักงาน, คลังสินค้า, ที่ดินว่างเปล่า
  • อัตราภาษี: 02% – 1.2% ของมูลค่าประเมิน (ขึ้นอยู่กับประเภทการใช้ประโยชน์)
  • ยื่นแบบ: ปีละครั้ง (เดือนเมษายน)

7. ภาษีศุลกากร

สำหรับธุรกิจนำเข้า-ส่งออก

  • ชำระอากรขาเข้าตามประเภทสินค้า (0% – 80% ขึ้นอยู่กับพิกัดสินค้า)
  • ชำระ VAT 7% ในวันที่นำเข้า
  • อากรส่งออก (บางประเภทสินค้า)

ยื่นแบบ : ผ่านระบบศุลกากรทุกครั้งที่นำเข้า-ส่งออก

8. ภาษีสรรพสามิต

สำหรับธุรกิจที่ผลิต/นำเข้า/ขายสินค้าควบคุม :

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ยาสูบ
  • เครื่องดื่มผสมกาเฟอีนหรือความหวานสูง
  • รถยนต์และจักรยานยนต์
  • น้ำมันเชื้อเพลิง
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท

อัตราภาษี : แตกต่างกันตามประเภทสินค้า (ตั้งแต่ 10% ถึงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์)

ตารางสรุปภาษีทั้ง 8 ประเภท

เคล็ดลับการวางแผนภาษีให้ประหยัด

  1. เก็บหลักฐานครบถ้วน – ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี สัญญา เพื่อนำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย
  2. ใช้สิทธิลดหย่อนเต็มที่ – เบี้ยประกัน RMF SSF บริจาค ดูแลพ่อแม่
  3. พิจารณาตั้งบริษัท – ถ้ารายได้สูง อัตราภาษีจะต่ำกว่า
  4. วางแผนก่อนสิ้นปี – ซื้อสินทรัพย์ ลงทุน หรือทำรายการที่ช่วยลดภาษีก่อน 31 ธ.ค.
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ – นักบัญชี ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาภาษี

สรุป

เจ้าของธุรกิจต้องรับผิดชอบภาษีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ภาษีหลัก (ภาษีเงินได้, VAT, หัก ณ ที่จ่าย) ไปจนถึงภาษีเฉพาะ (ธุรกิจเฉพาะ, สรรพสามิต, ศุลกากร) และภาษีท้องถิ่น (ป้าย, ที่ดิน)

การเข้าใจภาษีที่ถูกต้อง จะช่วยให้

  • ปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้อง
  • ลดต้นทุนภาษีอย่างถูกกฎหมาย
  • หลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • วางแผนธุรกิจในระยะยาวได้

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ควรปรึกษานักบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษี เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ้างอิง

  1. ประมวลรัษฎากร – ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
  2. พระราชบัญญัติภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ. 2535
  3. กรมสรรพากร – คู่มือการยื่นภาษี
  4. พระราชบัญญัติภาษีท้องถิ่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ธุรกิจขนาดเล็กรายได้น้อย ต้องเสียภาษีหรือไม่?

A: ต้องเสียภาษีเงินได้แน่นอน แต่ถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท/ปี ไม่ต้องจดทะเบียน VAT และอาจได้รับสิทธิประโยชน์ SME ถ้าเป็นนิติบุคคล

Q2: ถ้าลืมยื่นภาษีจะเกิดอะไรขึ้น?

A: ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม → เบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ค้าง + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ควรยื่นแบบแก้ไขโดยเร็ว

Q3: Freelancer หรืออาชีพอิสระต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

A: 1) ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.90/91), 2) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน), 3) อาจโดนหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากลูกค้า

Q4: ตั้งบริษัทหรือทำในนามบุคคลดีกว่า?

Aขึ้นอยู่กับรายได้ → รายได้มากกว่า 2-3 ล้าน/ปี แนะนำตั้งบริษัท เพราะอัตราภาษีต่ำกว่า (0-20%) และหักค่าใช้จ่ายได้เต็ม

Q5: ธุรกิจออนไลน์ต้องเสียภาษีหรือไม่?

A: ต้องเสีย! ไม่ว่าจะขายผ่าน Facebook, Instagram, Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ส่วนตัว ถ้ามีรายได้ต้องเสียภาษีเงินได้ และถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องจด VAT ด้วย

Q6: VAT กับภาษีเงินได้ต่างกันอย่างไร?

A: VAT = ภาษีจากยอดขาย (7%) เก็บจากลูกค้า นำส่งทุกเดือน / ภาษีเงินได้ = ภาษีจากกำไร (5-35% หรือ 0-20%) คำนวณจากรายได้-ค่าใช้จ่าย ยื่นปีละครั้ง

Q7: ถ้าขาดทุนต้องเสียภาษีไหม?

A: ถ้าขาดทุนจริง ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ แต่ต้องยื่นแบบเพื่อรายงานผล และยังต้องเสีย VAT (ถ้าจด VAT) และภาษีอื่นๆ ตามปกติ

Q8: ควรจ้างนักบัญชีหรือทำเองได้?

A:กิจการเล็กๆ รายได้น้อย ทำเองได้ แต่ถ้ามีรายได้เกิน 1-2 ล้าน หรือเป็นนิติบุคคล แนะนำให้จ้างนักบัญชีหรือสำนักงานบัญชี เพื่อความถูกต้องและประหยัดเวลา

     ทดลองใช้ NEXTTO ฟรี 30 วัน ติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line OA – @Nextto

ช่องทางการติดต่อ NEXTTO 

Facebook : Nextto System

Instagram : Nexttosystem

LINE : @Nextto

TikTok : @Nexttosystem

Email : helpdesk@nexttosystem.com

Tel : 095-5088226