อากรแสตมป์ คืออะไร ? ทุกเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเซ็นสัญญา

อากรแสตมป์เป็นภาษีอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ประกอบการมักมองข้าม แต่กลับมีผลต่อความสมบูรณ์ทางกฎหมายของเอกสารสำคัญ เช่น สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม และหนังสือมอบอำนาจ บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับอากรแสตมป์ ตั้งแต่ความหมาย อัตรา วิธีชำระและผลกระทบหากไม่ปฏิบัติตาม

อากรแสตมป์ คืออะไร ?

อากรแสตมป์ คือ ภาษีอากรที่จัดเก็บจากการทำตราสารหรือเอกสารบางประเภทตามกฎหมายกำหนด โดยเฉพาะตราสารที่เกี่ยวข้องกับนิติกรรม สัญญา หรือธุรกรรมทางการเงิน เช่น สัญญาเช่า สัญญากู้ยืม และหนังสือมอบอำนาจ

กาเสียอากรแสตมป์ถือเป็นการทำให้ตราสารนั้น “สมบูรณ์ตามกฎหมาย” และสามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ หากละเลยไม่เสียอากร เอกสารนั้นอาจะถูกปฏิเสธในกระบวนการทางกฎหมายได้

หลักการจัดเก็บอากรแสตมป์ มีอะไรบ้าง ?

1. จัดเก็บตามประเภทของตราสาร

กฎหมายกำหนดรายการตราสารที่ต้องเสียอากรไว้อย่างชัดเจน รวม 28 ลักษณะ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ของกรมสรรพรกร

2. เกิดหน้าที่เสียอากรเมื่อมีการลงนาม

หน้าที่เสียอากรแสตมป์จะเกิดขึ้นทันทีที่มีการลงลายมือชื่อในตราสาร ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรตรวจสอบให้ครบถ้วนก่อนลงนาม

3. ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์

ผู้มีหน้าที่เสียอากรขึ้นอยู่กับประเภทตราสาร ดังนี้

  • ผู้ให้กู้ – ในสัญญากู้ยืมเงิน
  • ผู้ให้เช่า – ในสัญญาเช่าทรัพย์
  • ผู้รับจ้าง – ในสัญญาจ้างทำของ
  • ผู้มอบอำนาจ – ในหนังสือมอบอำนาจ

อัตราอากรแสตมป์ แต่ละประเภทเสียเท่าไหร่ ?

อัตราอากรแสตมป์แตกต่างกันตามประเภทตราสาร ดังตารางต่อไปนี้

 

ประเภทตราสาร

อัตราอากร

สัญญาเช่าทรัพย์

1 บาท ต่อ 1,000 บาท ของค่าเช่าตลอดอายุสัญญา

สัญญากู้ยืมเงิน

1 บาท ต่อ 2,000 บาท ของวงเงินกู้

หนังสือมอบอำนาจ

10 บาท ต่อฉบับ

ใบรับเงิน

1 บาท ต่อ 100 บาท (เฉพาะกรณีเกิน 100 บาทขึ้นไป)

หมายเหตุ – อัตราอากรอาจมีรายละเอียดเฉพาะในแต่ละกรณี ควรตรวจสอบบัญชีอัตราอากรแสตมป์ของกรมสรรพากรเพิ่มเติม

วิธีการเสียอากรแสตมป์ ทำได้กี่แบบ ?

ปัจจุบันสามารถเสียอากรแสตมป์ได้ 3 วิธี ดังนี้

วิธีที่ 1 : การปิดอากรแสตมป์ (Stamp Duty Sticker)

  • ซื้อแสตมป์อากรจากรมสรรพากรหรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต
  • ปิดลงบนตราเอกสารและขีดฆ่าแสตมป์ให้ถูกต้อง

วิธีที่ 2 : การชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp/e-Payment)

  • ชำระผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
  • เหมาะสำหรับธุรกรรมมูลค่าสูงหรือองค์กรธุรกิจที่มีปริมาณเอกสารมาก

วิธีที่ 3 : การยื่นแบบชำระอากรต่อเจ้าพนักงาน (แบบ อ.ส.4/อ.ส.9)

  • ใช้ในการยื่นแบบชำระอากรกับเจ้าพนักงานสรรพากร
  • สำหรับตราตามที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ

กำหนดเวลาในการเสียอากรแสตมป์

  • ตราสารที่ทำในประเทศไทย : ต้องเสียอากรภายใน 15 วัน นับแต่วันลงนาม
  • ตราสารที่ทำในต่างประเทศ : ต้องเสียอากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำตราสารเข้ามาในราชอาณาจักร

การเสียอากรล่าช้าหรือไม่ครบถ้วนอาจนำมาซึ่งค่าปรับและผลทางกฎหมายที่ร้ายแรง

ผผกระทบหากไม่เสียอากรแสตมป์

  • เอกสารหรือตราสารนั้นไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ จนกว่าจะชำระอากรให้ครบถ้วน
  • ต้องเสียเบี้ยปรับสูงสุดถึง 6 เท่า ของอากรที่ต้องเสียตามกฎหมาย

ผลกระทบเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงทั้งในด้านคดีความและความน่าเชื่อถือขององค์กร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (FAQ)

Q1 : สัญญาออนไลน์หรือสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ต้องเสียอากรแสตมป์หรือไม่ ?

สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะเป็นตราสารตามกฎหมาย ยังคงมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ โดยปัจจุบันกรมสรรพากรรองรับการชำระผ่านช่องทาง e-Stamp แล้ว

Q2 : หากสัญญาไม่ได้ปิดแสตมป์ จะยังมีผลบังคับทางกฎหมายหรือไม่ ?

สัญญายังคงมีผลบังคับระหว่างคู่สัญญา แต่ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

Q3 : ซื้อแสตมป์อาการได้ที่ไหน ?

สามารถซื้อแสตมป์อากรได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกแห่ง หรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจากรมสรรพากร รวมถึงชำระผ่านระบบออนไลน์ e-Filing ของกรมสรรพากร

อย่าละเลยอากรแสตมป์ในทุกสัญญาธุรกิจ

     อากรแสตมป์เป็นภาษีที่มีบทบาทสำคัญในทางกฎหมายและธุรกิจ แม้มูลค่าจะไม่สูงเมื่อเทียบกับภาษีประเภทอื่น แต่ผบกระทบจากการไม่ปฏิบัติอาจรุนแรงทั้งในแง่ค่าใช้จ่ายและความน่าเชื่อถือของเอกสาร ผู้ประกอบการควรตรวจสอบตราสารทุกประเภทให้ถุกต้องครบถ้วน และเสียอากรภายในกำหนดเวลา

     ทดลองใช้ NEXTTO ฟรี 30 วัน
หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line OA – @Nextto

ช่องทางการติดต่อ NEXTTO 

Facebook : Nextto System

Instagram : Nexttosystem

LINE : @Nextto

TikTok : @Nexttosystem

Email : helpdesk@nexttosystem.com

Tel : 095-5088226