ภาษีธุรกิจให้เช่าคืออะไร ? ครบทุกภาษีที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าต้องรู้

     ธุรกิจให้เช่าทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ เครื่องจักร รถยนต์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน ล้วนมีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องหลายประเภท บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ผู้ให้เช่าและผู้เช่าต้องเข้าใจ ตั้งแต่ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่ข่าย ไปจนถึงอากรแสตมป์ เพื่อให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงทางภาษี

ภาษีธุรกิจให้เช่าคืออะไร ?

     “ภาษีธุรกิจให้เช่า” ไม่ได้เป็นชื่อภาษีเฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง แต่เป็นคำเรียกรวมของภาษีทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์

     การเสียภาษีจะขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ให้เช่า ประเภทของทรัพย์สิน และรูปแบบการประกอบธรุกิจ ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องควรทำความเข้าใจแต่ละประเภทให้ชัดเจน

ภาษีหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้เช่ามีอะไรบ้าง ?

ภาษีที่ธุรกิจให้เช่าจ้องเกี่ยวข้องมีทั้งหมด 5 ประเภท ดังนี้

ประเภทภาษี

ผู้มีหน้าที่

หมายเหตุ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ผู้ให้เช่า (บุคคลธรรมดา)

เงินได้ประเภท ม.40(5) หักค่าใช้จ่ายได้ 30% (อาคาร/ยานพาหนะ)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ผู้ให้เช่า (นิติบุคคล)

รวมคำนวณในกำไรสุทธิตามรอบบัญชี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ผู้ให้เช่า (ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี)

ยกเว้น VAT สำหรับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ผู้เช่า (นิติบุคคล)

หัก 5% ของค่าเช่า และนำส่งกรมสรรพากร

อากรแสตมป์

ผู้ให้เช่า

1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาท ตลอดอายุสัญญา

1. ภาษีหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจให้เช่ามีอะไรบ้าง ?

กรณีผู้ให้เช่าเป็นบุคคลธรรม

รายได้จากค่าเช่าจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา (40)5  ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี

  • หักเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เช่น ค่าเช่าอาคารหักเหมาได้ 30% ค่าเช่ายานพาหะนะหักเหมาได้ 30% และค่าเช่าทรัพย์สินอื่นหัักได้ 10%
  • หักค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่า โดยต้องมีหลักฐานประกอบการพิสูจน์

กรณีที่ผู้ให้เช่าเป็นนิติบุคคล

ต้องนำรายได้จากค่าเช่ามารวมคำนวณกำไรสุทธิตามรอบระยะเวลาบัญชีและสามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจให้เช่าได้ตามจริง

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจให้เช่า

ธุรกิจให้เช่าทรัพย์สินบางประเภทอาจอยู่ในข่ายต้องเสีย VAT หากมีรายได้จากการประกอบกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยมีข้อยกเว้นสำคัญ คือ การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น VAT

  • การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ (บ้าน อาคาร ห้องชุด ที่ดิน) ได้รับยกเว้น VAT
  • การให้เช่าสังหาริมทรัพย์ (เครื่องจักร รถยนต์ อุปกรณ์) ต้องเสีย VAT หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี

3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับผู้เช่า

การให้เช่าทรัพย์สินถือเป็นเงินได้ตามาตรา 40(5) กฎหมายกำหนดให้ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ของค่าเช่าและนำส่งกรมสรรพรกาทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน

4. อากรแสตมป์สำหรับสัญญาเช่า

สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง ถือเป็นตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท ต่อค่าเช่าทุก 1,000 บาท ตลอดอายุสัญญา

ตัวอย่าง: สัญญาเช่ามีค่าเช่า 10,000 บาท/เดือน ระยะเวลา 1 ปี (รวม 120,000 บาท) ต้องเสียอากรแสตมป์ 120 บาท

ประเด็นสำคัญที่ผู้ให้เช่าต้องรู้

1. เลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสม

ผู้ให้เช่าควรพิจารณาว่าจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เนื่องจากอัตราภาษีและสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยลดภาระภาษีในระยะยาว

2. จัดทำเอกสารให้ครบถ้วน

  • มีสัญญาเช่าที่ชัดเจนและเสียอากรแสตมป์ถูกต้อง
  • เก็บหลักฐานรายรับ-รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการให้เช่าทุกรายการ
  • ออกใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีทุกครั้ง (หากอยู่ในระบบ VAT)

3. จดทะเบียน VAT เมื่อถึงเกณฑ์

หากรายได้จากการให้เช่าเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี (เฉพาะทรัพย์สินที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT) ต้องจดทะเบียน VAT และปฏิบัติตามหน้าที่ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ยื่นแบบภาษีรายเดือน และจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขาย

ประเด็นสำคัญที่ผู้เช่าต้องรู้

1. หักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่จ่ายค่าเช่า

ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% ของค่าเช่าทุกครั้ง และนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต) หากละเลยอาจต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนั้นแทนผู้ให้เช่า

2. นำค่าเช่าไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้

ค่าเช่าที่จ่ายไปเพื่อประกอบกิจการสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ได้ โดยต้องมีหลักฐานการจ่ายและสัญญาเช่าที่ถูกต้อง

3. ตรวจสอบสถานะ VAT ของผู้ให้เช่า

ผู้เช่าควรตรวจสอบว่าผู้ให้เช่าอยู่ในระบบ VAT หรือไม่ และการออกใบกำกับภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้สามารถนำภาษีซื้อไปใช้เป็นเครดิตภาษีได้อย่างถูกต้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีธุรกิจให้เช่า (FAQ)

Q1 :การให้เช่าบ้านส่วนตัว 1 หลัง ต้องเสีย VAT ไหม?

การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภท รวมถึงบ้าน ห้องชุด และอาคาร ได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องนำรายได้ค่าเช่าไปรวมคำนวณภาษีเงินได้

Q2 : ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย หน้าที่นี้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น

Q3 : หากไม่มีสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร จะมีผลอย่างไร?

การไม่มีสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษรอาจสร้างความเสี่ยงทั้งทางกฎหมายและภาษี เช่น ไม่สามารถพิสูจน์รายจ่ายได้ และขาดเอกสารประกอบการยื่นภาษี แนะนำให้ทำสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษรและเสียอากรแสตมป์ทุกครั้ง

วางแผนภาษีธุรกิจให้เช่าให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

     ธุรกิจให้เช่าเป็นกิจกรรมที่มีโอกาสสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง แต่ก็มาพร้อมภาระภาษีที่หลากหลาย ทั้งผู้ให้เช่าและผู้เช่าต้องทำความเข้าใจหน้าที่ทางภาษีของตนเองอย่างรอบด้าน การวางแผนภาษีอย่างเหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากรของประเทศไทย

     ทดลองใช้ NEXTTO ฟรี 30 วัน
หรือติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line OA – @Nextto

ช่องทางการติดต่อ NEXTTO 

Facebook : Nextto System

Instagram : Nexttosystem

LINE : @Nextto

TikTok : @Nexttosystem

Email : helpdesk@nexttosystem.com

Tel : 095-5088226